วันเสาร์, 4 กุมภาพันธ์ 2566

ตำนานความบาดหมางระหว่างแมนฯ ยูไนเต็ด – อาร์เซนอล

ฟุตบอลกับพิซซ่าไปด้วยกันได้หรือไม่? และเรื่องราวบาดหมางของสองยอดทีมแห่งอังกฤษที่มีพิซซ่าเป็นส่วนร่วม

มีความเชื่อกันว่าพิซซ่ากับฟุตบอลคือสองสิ่งที่ไม่น่าไปด้วยกันได้ เพราะถูกมองว่าเป็นอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ แต่มันเป็นแบบนั้นจริงหรือ?

มีหลายเรื่องราวที่ฟุตบอลและพิซซ่าถูกรวมไว้ด้วยกัน หลายครั้งเป็นเรื่องน่าสนใจและหลายครั้งที่เรื่องเป็นเรื่องแปลก

เรามาเริ่มด้วยเรื่องที่โด่งดังที่สุดระหว่างพิซซ่าและวงการฟุตบอล

การแข่งขันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ อาร์เซนอล ในช่วงต้นทศวรรษที่ 20 นั้นดุเดือดมาก เหตุการณ์ที่ยังถูกพูดถึงมาจนปัจจุบันคือเรื่อง ‘Pizzagate’ ที่เกิดขึ้นในเดือนตุลาคมปี 2004 หลังจบ 90 นาทีอันเข้มข้นระหว่างทั้งสองทีม

ชัยชนะ 2-0 ของ ปีศาจแดง ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ทำให้ไอ้ปืนใหญ่หยุดสถิติไร้พ่ายไว้ที่ 49 นัดติด และมันทำให้นักเตะทีมเยือนค่อนข้างหงุดหงิดกับเรื่องนี้ทีเดียว

ทั้งสองทีมมีการปะทะคารมกันตลอดตั้งแต่ในสนามจนถึงช่วงเดินเข้าอุโมงค์หลังจบเกม และทันใดนั้นเองได้มี พิซซ่า ชิ้นหนึ่งลอยมาโดนศีรษะของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือของ แมนฯยูไนเต็ด และยังหาตัวมือดีไม่ได้ในตอนนั้น

ต่อมา เชสก์ ฟาเบรกัส กองกลางชาวสเปน ออกมายอมรับว่าเขาเป็นคนปาพิซซ่าชิ้นดังกล่าวไปโดนเฟอร์กี้เอง

“ผมได้ยินเสียงดังและไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น? ผมจึงเดินออกมาพร้อมพิซซ่าชิ้นหนึ่ง ผมเห็น โซล แคมป์เบลล์, ริโอ เฟอร์ดินานด์ และ มาร์ติน คีโอวน์ อยู่ตรงนั้น กำลังผลักกันไปมา”

“ผมอยากเข้าไป แต่ไม่รู้จะเข้าไปอย่างไร ผมเลยปาพิซซ่าเข้าไป ผมเห็นมันโดนใครคนหนึ่งซึ่งผมไม่ได้ตั้งใจ”

“ผมขอโทษเซอร์อเล็กซ์ด้วย ผมไม่ได้ตั้งใจให้โดนเขา”

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ ทำไม ฟาเบรกัส ถึงเดินถือพิซซ่าไปมา คำตอบคือ เพราะมันคืออาหารที่ให้พลังงานได้ดีหลังจบเกม

พลังงานที่ได้รับจาก พิซซ่า หลังจบเกมการแข่งขัน

พิซซ่า ไม่ได้แย่สำหรับนักฟุตบอลเสมอไป ที่จริงแล้วไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ผู้เล่นจะกินพิซซ่าหลังจบเกมเพื่อช่วยฟื้นฟูพลังงานที่เสียไป

หลังลงสนามมาอย่างเข้มข้น 90 นาที ร่างกายจะสูญเสียพลังงานไปจำนวนมาก การกินอาหารที่มีโปรตีนสูงสามารถลดความสึกหรอของกล้ามเนื้อ และช่วยให้คุณฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

ซึ่งพิซซ่ามีคุณสมบัติแบบนั้น นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายสโมสรถึงอนุญาตให้นักเตะกินพิซซ่าหลังจบเกม หรือบนรถบัสและเครื่องบิน

หากคุณเช็ครายการสั่งอาหารกลับบ้านหลังจบเกมของ บาร์เซโลนา เมื่อปี 2014 คุณจะพบว่าแม้แต่นักเตะอย่าง ลิโอเนล เมสซี และ อันเดรส อิเนียสต้า ก็ชอบกินพิซซ่าเช่นกัน โดยเฉพาะดาวเตะอาร์เจนตินาที่ชอบแบบขอบชีสเป็นพิเศษ

พิซซ่า ไม่ได้มีไว้ปาคู่แข่ง หรือ เป็นอาหารหลังเกม เท่านั้น ในวงการฟุตบอลยังมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพิซซ่าอยู่อีก

ใครยังจำคำสัญญาของ คลาดิโอ รานิเอรี ที่ให้ไว้กับนักเตะ เลสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาลที่พวกเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้บ้าง?

“ก่อนเกมกับ คริสตัล พาเลซ ผมสัญญากับนักเตะว่าจะเลี้ยงพิซซ่าถ้าพวกเขาเก็บคลีนชีตได้”

“แน่นอนว่าเกมนั้นพวกเขาไม่เสียประตู ผมจึงต้องรักษาสัญญาพาทุกคนไปที่ ปีเตอร์ พิซซ่าเรีย ในจัตุรัสกลางเมืองเลสเตอร์”

“แต่ผมมีเซอร์ไพรส์เมื่อไปถึงที่นั่น ผมบอกว่าพวกคุณต้องลองทำทุกอย่างเอง รวมถึงพิซซ่าด้วย”

“ดังนั้นเราจึงเข้าไปในครัวพร้อมกับแป้ง, ชีส และซอส เราทำกันเองทุกอย่างและมันออกมาอร่อยด้วย”

เรื่องราวของพิซซ่ากับฟุตบอลยังมีอีกมากมาย อย่างเช่น วาเรลี มัคซิมชิค เชฟชาวรัสเซียที่ทำพิซซ่าเป็นรูปใบหน้าของ หลุยส์ ซัวเรซ และ คริสเตียโน โรนัลโด้ ในช่วงศึกฟุตบอลโลกปี 2018

จากหลายเรื่องราวที่เรายกมาให้ดู พอจะสรุปแบบง่ายๆได้เลยว่า พิซซ่ากับฟุตบอลคือสองสิ่งที่ไปด้วยกันได้ดีกว่าที่คิด

เรื่องที่เกี่ยวข้อง